สส.ภูเก็ต เขต 2 ร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯ ผลักดันกระจายอำนาจท้องถิ่นบริหารจัดการท่องเที่ยว ชี้ต้องให้อำนาจจริงเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการคนที่ 1 เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแนวทางปรับปรุงกฎหมายท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมและยกระดับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA405 อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งรูปแบบทั่วไปและรูปแบบพิเศษ ในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว

การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงานร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาทบทวนแนวทางปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองพัทยาซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และใช้กรุงเทพมหานครเป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบ

ที่ประชุมได้หารือถึงข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ ซึ่งยังมีความแตกต่างกัน โดยบางพื้นที่มีอำนาจส่งเสริมการท่องเที่ยวตามกฎหมายจัดตั้ง ขณะที่บางแห่งต้องอาศัยกฎหมายหรือระเบียบเพิ่มเติม รวมถึงต้องผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การจัดกิจกรรมและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในบางพื้นที่ดำเนินการได้ไม่คล่องตัว

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับการดำเนินกิจการเชิงธุรกิจ ตลอดจนปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในการใช้พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่า อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ชายฝั่งเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจตามแผนการกระจายอำนาจที่ผ่านมา พร้อมเสนอแนวคิดการจัดทำพื้นที่นำร่อง หรือแซนด์บ็อกซ์ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

นายเฉลิมพงศ์ได้สะท้อนปัญหาจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า แม้ปัจจุบันจะมีการถ่ายโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจตัดสินใจ ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มศักยภาพ

โดยเฉพาะการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แม้ท้องถิ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลความสะอาด การจัดเก็บขยะ และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ แต่เมื่อต้องการจัดกิจกรรมกลับจำเป็นต้องขออนุญาตจากหน่วยงานระดับอำเภอหรือจังหวัด ซึ่งอาจทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า กระทบต่อระยะเวลาการเตรียมงานและการประชาสัมพันธ์กิจกรรม รวมถึงโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่

นายเฉลิมพงศ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเห็นว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปัจจุบันจำเป็นต้องเชื่อมโยงตลาดระหว่างจังหวัด เช่น การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่อื่น ๆ เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยว หากท้องถิ่นมีข้อจำกัดในการดำเนินงานนอกเขตพื้นที่ ก็อาจทำให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่เกิดประสิทธิผลเท่าที่ควร

ทั้งนี้ นายเฉลิมพงศ์เสนอให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรค พร้อมผลักดันให้มีการกระจายอำนาจด้านการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะและการท่องเที่ยวแก่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถวางแผน จัดกิจกรรม และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์ย้ำว่า การกระจายอำนาจต้องไม่ใช่เพียงการถ่ายโอนภารกิจ แต่ต้องให้อำนาจในการตัดสินใจและบริหารจัดการอย่างแท้จริง เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ศักยภาพของพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง

นายเฉลิมพงศ์จะติดตามและผลักดันข้อเสนอร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ ต่อไป เพื่อหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน และสนับสนุนให้เมืองท่องเที่ยวของไทยสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


image รูปภาพ
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar