ภูเก็ตจับตาผลกระทบตะวันออกกลาง กดดันต้นทุนพลังงาน–ท่องเที่ยว เร่งดูแลราคาสินค้า พยุงเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้า Smart Energy ใช้เทคโนโลยีติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

วันนี้ (วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมมุกอันดา ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าว “ผู้ว่าราชการจังหวัดพบสื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต” พร้อมด้วยนายรัฐกร กลิ่นจันทร์ พลังงานจังหวัดภูเก็ต นางสาวอภินุช วิชัยดิษฐ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ สนง.พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นายธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เพื่อสะท้อนภาพรวมสถานการณ์และแนวโน้มผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ในการนี้ จังหวัดภูเก็ตได้ติดตามสถานการณ์พลังงานและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ร่วมกับส่วนกลาง เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการพลังงานและมาตรการรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่

ในด้านการบริหารจัดการเชิงเทคโนโลยี จังหวัดได้ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์ม “Thai Pump Radar” เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันได้แบบเรียลไทม์ ทั้งตำแหน่ง ปริมาณ และสถานะการให้บริการ ช่วยลดความตื่นตระหนก และเพิ่มความโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูลพลังงาน สอดรับแนวทาง Smart Energy ของจังหวัดในการใช้ดิจิทัลยกระดับการบริหารจัดการ

สำหรับภาพรวมสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ พบว่าในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 มีการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นจากภาวะตื่นตัวของประชาชนสูงถึงร้อยละ 44.51 ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย โดยปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากการสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน 59 แห่ง ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 พบว่ามีการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 348,893 ลิตร และน้ำมันเบนซินเฉลี่ยวันละ 424,653 ลิตร สะท้อนถึงเสถียรภาพด้านพลังงานที่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แม้บางช่วงจะมีความตึงตัวในบางประเภทน้ำมัน

ด้านสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภค สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้ติดตามและกำกับดูแลราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและการกักตุนสินค้า โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามกลไกและมีปริมาณเพียงพอ แม้บางรายการจะปรับตัวตามต้นทุนและฤดูกาล ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายด้านราคาสินค้าอย่างเคร่งครัด และเปิดช่องทางร้องเรียนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค

ขณะที่ภาคเอกชน โดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2 ว่าจะมีผู้โดยสารรวมกว่า 1.02 ล้านคน จาก 51 สายการบิน และ 75 เมืองต้นทาง โดยตลาดเอเชียยังคงเติบโต ขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัวเล็กน้อย และนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามสถานการณ์ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ยังมีนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปบางส่วนเข้ามาทดแทน ส่งผลให้ภาพรวมผลกระทบต่อภาคธุรกิจอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 10

ในด้านต้นทุน ภาคเอกชนมองว่าความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเฉพาะต่อภาคขนส่ง โรงแรม และร้านอาหาร รวมถึงต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่อาจส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ ได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการดูแลต้นทุนควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานทางเลือก พร้อมทั้งผลักดันการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากยุโรป และร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในระยะถัดไป

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางและดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ อันจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดในช่วงไฮซีซันระยะสั้น โดยภาพรวม จังหวัดภูเก็ตยังคงสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้ามาตรการดูแลทั้งด้านพลังงาน ราคาสินค้า และภาคธุรกิจ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยวในระยะต่อไป

 

สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ภาพ/ข่าว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar