รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบประกาศนียบัตรผู้จบหลักสูตร “LIFE ศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว รุ่นที่ 1” ปั้นผู้นำสุขภาพ รับสังคมสูงวัยคุณภาพ และรับฟังการนำเสนอ โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (วันที่ 30 มีนาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรผู้จบหลักสูตร “LIFE ศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว รุ่นที่ 1” ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ชั้น 6 อาคารคุณพุ่ม โดยมี โดยมี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้จบหลักสูตร เข้าร่วม

สำหรับหลักสูตร “LIFE ศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว รุ่นที่ 1” โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดหลักสูตร “LIFE ศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว (Longevity) รุ่นที่ 1” เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผู้สนใจด้านสุขภาพ สู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รองรับแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยหลักสูตรดังกล่าวเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ควบคู่กับแนวคิดการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity with Quality of Life โดยให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs

ซึ่งการอบรมครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ทั้งด้าน โภชนาการเชิงลึก การดูแลสมดุลลำไส้ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการจัดการความเครียดและสุขภาพจิต ตลอดจนองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการแพทย์ฟื้นฟูสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ทั้งนี้ หลักสูตรเปิดการอบรมระหว่างวันที่ 9 มกราคม – 27 มีนาคม 2569 จัดขึ้นทุกวันศุกร์ มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 29 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และผู้นำรุ่นใหม่ จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ตระหนักว่า “สุขภาพคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด” โดยได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติและโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ หรือ Wellness Hub ของจังหวัดภูเก็ต พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับฟังการนำเสนอโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต จากภาคส่วนต่างๆโดยเฉพาะภาคเอกชน โดยทางด้าน นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภูเก็ตมีศักยภาพสูงด้าน Wellness แต่ติดข้อจำกัดงบประมาณ บุคลากร จึงอยากเสนอให้เร่งสร้าง Ecosystem เพื่อดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ หากเป็นศูนย์กลางสุขภาพ หรือ Wellness Hub ของภูมิภาคอันดามัน แต่ที่ผ่านมาได้สูญเสียโอกาสในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ โดยประเด็นสำคัญคือข้อจำกัดด้านงบประมาณที่จัดสรรตามสัดส่วนประชากร ส่งผลให้พื้นที่อย่างภูเก็ตซึ่งมีประชากรแฝงและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้รับงบประมาณไม่สอดคล้องกับภาระงาน ขณะที่ศักยภาพด้านการแพทย์แม้จะถือว่าทันสมัยในระดับหนึ่งของฝั่งอันดามัน แต่ยังไม่เพียงพอทั้งในด้านบุคลากรและทรัพยากร อีกทั้งค่าครองชีพในพื้นที่ที่สูงกว่าหลายจังหวัด ทำให้การดึงดูดบุคลากรทางการแพทย์ จึงถือเป็นความท้าทาย เนื่องจากอัตราค่าตอบแทนยังอิงตามระบบราชการ

ทั้งนี้ ขอเสนอให้เร่งพัฒนาแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พำนักระยะยาวและใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมบริการ Wellness อย่างครบวงจร โดยเฉพาะการผลักดันแนวคิด “Super License” เพื่อเปิดโอกาสให้สถานประกอบการ เช่น โรงแรม สามารถดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายในหลายประเด็น

นอกจากนี้ ยังมองเห็นโอกาสสำคัญในด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง เช่น การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการดำเนินการในรูปแบบ Sandbox ด้าน ATMP แล้ว แต่จำเป็นต้องขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะในรูปแบบ Medical Tourism ที่เข้ามารับบริการและพำนักระยะยาว ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ เช่น การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือการพัฒนาพื้นที่ไม้ขาวกว่า 141 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและนวัตกรรมการแพทย์ (Wellness & Longevity Center) หลังจากภูเก็ตพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าภาพงาน Expo โดยมองว่าพื้นที่ดังกล่าวยังสามารถต่อยอดเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างประโยชน์ทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาคอันดามัน และประเทศ

หากสามารถขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติด้านสุขภาพและการแพทย์สมัยใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar