วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการทวงคืนพื้นที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และการนำเอกสารสิทธิที่ดินมาแอบอ้างเพื่อหลอกลวงขายให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเกือบ 20 ล้านบาท โดยคดีอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ซึ่งได้รับโอนสำนวนไปสอบสวนเพิ่มเติม ขณะนี้พบผู้บุกรุกหลักแล้ว 1 ราย และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้บางกรณีจะมีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแล้ว แต่ยังพบความพยายามนำเอกสารมาใช้อ้างสิทธิครอบครองที่ดิน และยื่นเรื่องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและคำพิพากษาของศาลประกอบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ หากพบว่าพื้นที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หรือมีคำตัดสินของศาลแล้ว ควรจัดทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเสนออธิบดีกรมที่ดิน เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ควรรับดำเนินการตามคำร้องโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะอาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีนำเอกสารไปแอบอ้างสิทธิและหลอกลวงประชาชนจนเกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันปัญหาและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่หาดฟรีดอม ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ขณะนี้ได้จัดตั้งเป็นป่านันทนาการแล้วจำนวน 41 ไร่ โดยการดำเนินงานระยะที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีรวม 24 คดี และเตรียมผนวกพื้นที่เพิ่มเติมในระยะต่อไป ส่วนระยะที่ 2 จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการทางปกครอง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่เหลือได้ประมาณต้นปี 2570 โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่ป่านันทนาการให้ครอบคลุมทั้งหมดประมาณ 260 ไร่
ทั้งนี้ นายสุชาติได้มอบนโยบายให้กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การดูแลพื้นที่เป็นระบบและเกิดความยั่งยืน เบื้องต้นได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างถนนและพัฒนาเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ พร้อมวางแผนจัดตั้งป้อมยามและจุดควบคุมการเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวให้เป็นเส้นทางเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัย และควบคุมพื้นที่ไม่ให้เกิดการบุกรุกซ้ำ
นอกจากนี้ จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือภายใต้นโยบาย “ทส. หนึ่งเดียว” ระหว่างกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางระบบบริหารจัดการป่านันทนาการให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม
สำหรับแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะต่อไป จะมีการแบ่งโซนการให้บริการอย่างชัดเจน ทั้งพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวและพื้นที่ร้านค้า โดยให้ความสำคัญกับความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการรักษาสภาพแวดล้อมให้คงความสวยงามตามธรรมชาติ ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้หาดฟรีดอมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การผนวกพื้นที่และพัฒนาระบบบริหารจัดการจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเริ่มต้นได้ทันที และตั้งเป้าขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนภายในช่วงต้นปี 2570 เพื่อให้หาดฟรีดอมเป็นทั้งพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวสาธารณะที่มีระบบดูแลอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว