“วัชระพล“ ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็คการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต พร้อมถกส่วนเกี่ยวข้องปมการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ย้ำ ต้องถูกต้องตามกฎหมายรักษาประโยชน์ทั้งเกษตรกร-รัฐ-ผู้ประกอบการ จ่อชงแก้ กฎหมายให้ภาคธุรกิจอุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่หาดพาราไดซ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ และตรวจการอนุญาตให้เช่าพื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แปลง โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตรวจสอบใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ตรวจสอบสัญญาเช่า การอนุญาต และกระบวนการอนุมัติใช้ประโยชน์ที่ดิน ว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ 2.ตรวจสอบว่าผู้ได้รับอนุญาตได้ดำเนินกิจการตามแผนงาน โครงการ และวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่ 3.ความเหมาะสมและเป็นธรรมของค่าตอบแทน ตรวจสอบอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินว่ามีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมทั้งต่อภาครัฐและผู้ประกอบการหรือไม่ และ 4.การสร้างประโยชน์ให้เกษตรกร ตรวจสอบว่าการประกอบกิจการในพื้นที่ดังกล่าวมีมาตรการสนับสนุน ส่งเสริม หรือเชื่อมโยงผลประโยชน์ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การใช้พื้นที่ทุกพื้นที่จะต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และกฎหมาย ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาประโยชน์ของรัฐ ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร ทั้งนี้ ภูเก็ตคือ World-Class Destination ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาที่ชัดเจน เช่น หากขออนุญาตเป็นร้านอาหาร ต้องทำร้านอาหาร ขออนุญาตเป็นร้านค้า ต้องทำร้านค้า ไม่ใช่ว่าขออนุญาตร้านอาหาร ร้านค้า แล้วไปทำอย่างอื่น นอกจากนี้ต้องปฏิบัติตามแผน ถ้าไม่ถูกต้องตามแผน ทาง ส.ป.ก. ก็ต้องไปเร่งรัดให้ปรับปรุงให้ถูกต้อง สำหรับภูเก็ตเน้นย้ำขอให้ดำเนินการแก้ไขใน 30 วัน และจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ “สร้างสิทธิเสริมทุน หนุนเกษตร” อันนี้สำคัญที่สุด
เเละเมื่อถามถึงอัตราค่าเช่า นายวัชระพล กล่าวว่า ตามระเบียบของ ส.ป.ก. และตาม พ.ร.บ. เดิม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ เช่น กรมธนารักษ์ประเมินมา เเล้วเก็บ 3% ถ้าถามว่าขยับค่าเช่าไหม ค่าเช่าจะขยับตาม ราคาประเมินของธนารักษ์อยู่แล้ว แต่ก็ต้องมาดูความเหมาะสมเพื่อปรับให้ทันสถานการณ์ และทันกับพื้นที่ด้วย สำคัญที่สุด คือ จะต้องเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย รัฐจัดเก็บได้ในราคาที่เป็นธรรมหรือไม่ แต่ถ้าเก็บแพงเกินก็ต้องปรับให้เหมาะสม