จังหวัดภูเก็ตตรวจเข้มการประกอบธุรกิจโรงแรมผิดกฎหมาย พบ 3 แห่งไม่มีใบอนุญาต เร่งกล่าวโทษพร้อมขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น

วันนี้ (วันที่ 23 กรกฎาคม 2569) จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกเขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย นำกำลังฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต สนธิกำลังร่วมกับ นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดภูเก็ต นางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง นายอัครา สุวัตถิกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต พันตำรวจเอกเอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และพันตำรวจเอกเอกรัตน์ พลายด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่เข้าข่ายลักลอบประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่อำเภอถลางและอำเภอเมืองภูเก็ต ตามนโยบายจัดระเบียบสังคมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญ 9 ประเด็น โดยการตรวจสอบครั้งนี้อยู่ภายใต้ ประเด็นที่ 3 การตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่าการประกอบกิจการโรงแรมเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น ความเชื่อมโยงของนิติบุคคล และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบลักษณะการถือหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกันหลายชั้น มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างนิติบุคคลหลายแห่ง และมีบุคคลรายเดียวกันถือหุ้นในหลายบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบสถานประกอบการเข้าข่ายกระทำความผิดรวม 3 แห่ง แบ่งเป็น อำเภอถลาง 2 แห่ง และอำเภอเมืองภูเก็ต 1 แห่ง โดยพบว่ามีการประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตและฝ่ายปกครองอำเภอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบยังพบว่าทั้ง 3 แห่งมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น จึงจำเป็นต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลในประเด็นการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน การตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น ตลอดจนผู้มีอำนาจควบคุมกิจการและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานการประกอบกิจการโรงแรม และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนข้อมูลแก่พนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่

นายโชตินรินทร์ กล่าวถึงการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต แต่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต หรือมีการใช้โครงสร้างการถือหุ้นอำพราง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar