ตำรวจเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เฟส 3 ฝั่ง 3 จังหวัดอันดามัน ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรวจสอบธุรกิจผิดกฎหมายพร้อมจับกุมตามเป้าหมายหลัก กวาดล้างการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ

วันนี้ (วันที่ 20 มิถุนายน 2569) พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 พื้นที่ 3 จังหวัด ฝั่งอันดามัน ภูเก็ต พังงา และกระบี่ พร้อมกัน ตามแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่างชาติอย่างเข้มข้น ภายใต้นโยบายของรัฐบาลในการกวาดล้างการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า "นอมินี"

สำหรับจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินีและถือครองที่ดินโดยมิชอบจำนวนมาก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ครอบครองที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่กว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 13 หมาย สามารถจับกุมได้แล้ว 9 ราย ประกอบด้วยชาวอิสราเอล 5 ราย ชาวฝรั่งเศส 2 ราย ชาวเนเธอร์แลนด์ 1 ราย และชาวรัสเซีย 1 ราย

ส่วนกลุ่มบริษัทที่มีคนต่างชาติถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ครอบครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่ากว่า 115 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานตามหมายค้น 29 หมาย เพื่อดำเนินการตรวจสอบการถือครองที่ดินในนามบริษัทอย่างละเอียด

ในส่วนคดีสำคัญในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คือการเข้าตรวจค้นกลุ่มเครือข่ายบริษัท จีแมท ซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุดให้เช่า และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ รวมถึงการตรวจสอบบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา และสถานออกกำลังกาย ซึ่งอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าใช้โครงสร้างนอมินีในการดำเนินกิจการ

อย่างไรก็ตาม ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความจริงจังของภาครัฐในการจัดระเบียบธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทย ป้องกันการแย่งอาชีพและการถือครองที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนสร้างบรรยากาศการลงทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะขยายผลการตรวจสอบและปราบปรามเครือข่ายนอมินีไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายผ่านสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar