นางจรัสศรี คำภีรสิงห์ เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศการรับขึ้นทะเบียนสับปะรดภูเก็ต เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งคุ้มครองสับปะรดภูเก็ตที่ปลูกในพื้นที่ อำเภอถลาง อำเภอกะทู และอำเภอเมืองภูเก็ต โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดภูเก็ต จำนวน 43 ราย พื้นที่รวม 949 ไร่ เกษตรกรได้รับการรับรองเครื่องหมาย GI จำนวน 6 ราย ในเอที่ปลูก 299 ไร่
สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดภูเก็ตขอขึ้นทะเบียน GI ทุกแปลง พร้อมถ่ายทอดความรู้กระบวนการผลิตตามมาตรฐาน GI และ GAP ให้แก่ผู้ผลิต และมีการติดตามการปฏิบัติของเกษตรกร และผู้จำหน่ายสับปะรดภูเก็ต GI เพื่อให้สับปะรดภูเก็ตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ รวมไปถึงสามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการตลาดพรีเมียม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่นิยมรับประทานสับปะรดภูเก็ต และซื้อไปเป็นของฝากจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสับปะรดที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI มีคุณสมบัติที่สำคัญ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือเนื้อจะหวานกรอบ กลิ่นหอม มีเยื่อใยน้อย แกนกรอบ เมื่อปอกเปลือกแล้ว รับประทานอร่อยทั้งผล
เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นประโยชน์กับเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น สามารถจำหน่ายสับปะรดได้ในราคาที่สูงขึ้น สามารถยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นสินค้าระดับ Premium สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง รวมทั้งสามารถนำตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้
จึงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต สมัครขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย (สับปะรดภูเก็ต) ในฐานะเป็นผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ และผู้สนใจจำหน่ายสับปะรดภูเก็ต GI สมัครขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย (สับปะรดภูเก็ต) ในฐานะเป็นผู้ประกอบการ โดยเกษตรกรและผู้สนใจ สามารถขอแบบฟอร์ม การขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทย และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต โทร 076-222188 และสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ
สำหรับ สับปะรดภูเก็ต คนท้องถิ่นเรียกว่า “ยานัด” และภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า “อ่องหลาย” เป็นผลไม้มงคล และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญประจำจังหวัดภูเก็ต มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยเอนไซม์โบรมีลิน ช่วยระงับอาการอักเสบ ลดอาการบวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่เสื่อมโทรม รวมทั้งยังมีกรดอะมิโน AHA ที่ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น มีวิตามินเอ วิตามีนซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดริ้วรอยเหี่ยวย่น