วันนี้ (วันที่ 5 ตุลาคม 2566) ที่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับหนังสือข้อเรียกร้องจาก กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า หน้าหาดสุรินทร์ จำนวน 40 คน ซึ่งเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้จังหวัดภูเก็ตช่วยเหลือ โดยหนังสือมีใจความที่สำคัญ ดังนี้ "20 กว่าปีมานี้ชาวบ้านในพื้นตำบลเชิงทะเล ได้มีการทำร้านค้าทำมาหากินปกติ และมีบางช่วงที่หน่วยงาน อบต. ได้จัดเก็บภาษีเข้าในหน่วยงาน อบต. โดยส่วนมากเป็นชาวบ้านในพื้นที่ 80% นอกพื้นที่ 20% แต่หลังจากยุค คสช. ยึดอำนาจได้มีการทุบรื้อทิ้งทั้งหมด ห้ามชาวบ้านบุกรุก และใช้อำนาจออกป้ายประกาศ
แต่ด้วยความเดือดร้อนชาวบ้านที่ต้องทำมาหากินประกอบอาชีพจำเป็นต้องหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวจึงได้เข้ามาทำงานในหาดนี้ต่อ ซึ่งตอนโควิด 19 ทุกคนก็ไม่มีอาชีพอะไรนอกจากการขายอาหารและบริการนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า, ร้านนวด และ ร่มเตียง บริเวณหน้าหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และ ก่อนหน้านี้ มีกลุ่มชาย อ้างตัวว่าเป็น กอ.รมน. มาขับไล่ โดยไม่มีเอกสาร หรือบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันตัวตนใดๆ และจะกลับมาในวันที่ 6 ตุลาคม นี้เพื่อรื้อถอน อีกครั้ง จึงอยากเรียกร้องขอความช่วยเหลือดังต่อไปนี้
1.ขอให้ผู้ว่าฯ ยกเลิกคำสั่งจังหวัดที่ 1/2557 / คำสั่งจังหวัดที่ 1/2558 / คำสั่งจังหวัดที่ 1 /2558/คำสั่งจังหวัดที่ 2/2558 ที่ประกาศให้เป็นหาดเฉลิมพระเกียรติ
2.ขอให้ทางผู้ว่าฯ ออกคำสั่งชะลอรื้อถอนร้านค้าออกไปก่อนจนกว่าจะมีทางออกช่วยจัดระเบียบร้านค้าให้กับชาวบ้าน
3.ขอให้ชาวบ้านใด้มีส่วนร่วมในการออกแบบ เพราะก่อนหน้านี้ทางชาวบ้านได้เขียนออกแบบร่วมกับ ทาง ส.ส. เพื่อหาทางออก การจัดร้านค้าเป็นสัดส่วน
4.ชาวบ้านพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการในการจัดร้านให้เป็นระเบียบพร้อมเสียภาษีอย่างถูกต้องและให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า และชาวบ้านในพื้นที่ หาดสุรินทร์ รวมตัวกันพูดคุยหาขัอสรุปในการจัดสรรพื้นที่ เพื่อความเปีนระเบียบ โดย มีข้อตกลงร่วมกัน ออกแบบพื้นที่ ที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว แต่เพียงเพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอให้กับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรให้เป็นระเบียบ มีข้อบังคับทางกลุ่มชาวบ้านขอความชัดเจนในการประกอบกิจการให้ถูกต้อง รวมถึง ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำสาธารณะ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในการใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และได้มีภาษีเข้าท้องถิ่น เพื่อพัฒนาพื้นที่ต่อไป"
โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้รับหนังสือไว้พร้อมจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการดำเนินการจะต้องเป็นไปตาม กฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง